Get Adobe Flash player

ເມນູພາສາລາວ (Lao Menu )

ໜ້າຫຼັກ( HOME)
ສະບາຍດີເມືອງລາວ/ຂ່າວ/ພາບ
ພຣະພຸທະເຈົ້າ/ພຣະປັຈເຈກฯ
ປະຖົມມະສົມໂພດ ກັນ໑-໓໑
ພຸດທະສາວົກ - ສາວິກາ
ບົດສູດມົນ (Chanting)
ທັມະ/ນິທານ/ບຸນ-ບາບ
ພາສາ/ວັທນະທັມ-ປະເພນີ
ປະຫວັດສາດ / ກົດໝາຍ
ນິທານ/ເລື່ອງເລົ່າ/ບົດຂຽນ
ຄຳຖວາຍ / ຄຳອາຣາທະນາ
ອານິສົງສ໌ / ວັດລາວທົ່ວໂລກ
ຄຳສູດຂວັນ / ຄຳຜູກແຂນ
ຢາພື້ນບ້ານ / ສຸຂະພາບ
ຜະຫຍາ/ກະວີ/ຄະຕິຄຳສອນ
ຮຽນພາສາລາວໄດ້ແລ້ວທີ່ນີ້
ຮຽນພາສາໄທໄດ້ແລ້ວທີ່ນີ້
ຮຽນພາສາຕ່າງປະເທດທີ່ນີ້
ຟັງພາສານານາຊາດທີ່ນີ້
ຟັງທັມະ-ໝໍລຳ-ລູກທຸ່ງທີ່ນີ້
ສູດອາຫານ/ຂອງຫວານ/ເຄື່ອງດື່ມ

สถิติเข้าชม(เริ่ม 05-04-2014)

Today553
Yesterday868
This week2324
This month19525
Total318962

Visitor IP : 54.81.112.187 Visitor Info : Unknown - Unknown วันพุธ, 22 ตุลาคม 2557 15:19

Who Is Online

Guests : 45 guests online Members : No members online
Powered by CoalaWeb

Facebook/เฟชบุ๊ค/ເຟຊບູ໊ກ

 
 

อัตราแลกเปลี่ยน & ดอกเบี้ย

ອັດຕາແລກປ່ຽນເງີນກີບ

 

ສະກຸນເງິນ ໃບເງິນ/ກີບ
ອັດຕາຊື້ ອັດຕາຂາຍ
USD 8,031.00 8,062.00
THB 247.95 249.20
EUR 10,264.00 10,316.00
GBP 12,704.00 12,958.00
AUD 6,935.00 7,073.00
CAD 7,020.00 7,160.00
JPY 74.24 75.70
ວັນທີ: 17/10/2014   ລະອຽດ...

 

พยากรณ์อากาส(เมืองไทย)

ราคาน้ำมัน บางจาก

ราคาทองคำเมืองไทย

รวมลิ้งค์/ລວມລິ້ງຄ໌/Link

รวมลิ้งค์/ລວມລິ້ງຄ໌/Link

 

×

คำเตือน

Error loading component: com_tags, Component not found

ศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย

ศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย

            ในปี ค.ศ.๑๕๑๑ อัลฟองโซ อัลยู เกิร์ก อุปราชโปร์ตุเกสที่อินเดีย ยึดแหลมมะละกาได้ในพระนามของพระเจ้าแผ่นดินโปร์ตุเกส ได้ส่งตัวร์เตเฟอร์นัสเดส เป็นหัวหน้าคณะทูตเข้ามาเฝ้าพระมหากษัตริย์ไทย ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ แห่งกรุงศรีอยุธยา
                ค.ศ.๑๕๖๗ มิชชันนารี ต่างประเทศรุ่นแรกที่รู้จักกันในประเทศไทยคือ บาทหลวงคณะโดมินิกัน สองคน ซึ่งมาจากแหลมมะละกา
                ค.ศ.๑๕๘๔ ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา ได้มีบาทหลวงเข้ามาอีกสองคน
                ค.ศ.๑๖๐๙ มีบาทหลวงเยซูฮิต เข้ามาชุดหนึ่ง บาทหลวงทั้งสามคณะดังกล่าวคือ โดมินิกัน ฟรังซิสกัน และเยซูฮิด เป็นชาวโปร์ตุเกส มีเพียงหนึ่งหรือสองคนเป็นชาวสเปน จึงมีสำเนียงโปร์ตุเกส ปะปนอยู่ในภาษาไทยเช่น มิสซัง คริสตัง ขนมปัง เลหลัง ฯลฯ
                ค.ศ.๑๖๖๒ ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ มีบาทหลวงคาทอลิกในประเทศไทย ๑๑ คน อยู่ที่กรุงศรีอยุธยา ได้ดูแลสัตบุรุษชาวโปร์ตุเกส และชนชาติอื่น ๆ ประมาณสองพันคน ได้มีคณะบาทหลวงมิสซัวต่างประเทศ จากกรุงปารีสสามคน เป็นคณะที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ เมื่อปี ค.ศ.๑๖๖๐ ทั้งสามคนมุ่งหน้าจะไปแพร่คำสอนยังประเทศจีน และอินโดจีน แต่เนื่องจากมีการเบียดเบียนศาสนาในประเทศดังกล่าว จึงได้อยู่พำนักในประเทศไทย และได้เริ่มศึกษาภาษาโปร์ตุเกส เพื่อให้สามารถติดต่อกับคริสตังในเมืองไทยได้
                สมเด็จพระนารายณ์ ฯ ได้พระราชทานที่ดินแปลงหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อสร้างโบสถ์และโรงเรียน เริ่มสร้างในปี ค.ศ.๑๖๖๖ รวมเรียกว่า ค่ายนักบุญโยเซฟ
                ค.ศ.๑๖๖๙ กรุงโรมได้ประกาศตั้งมิสซังสยาม ประเทศไทยจึงกลายเป็นมิสซังแรกของคณะมิสซัง ฯ ปารีสได้มีการแพร่คำสอนไปยังเมืองอื่น ๆ เช่นพิษณุโลก ลพบุรี สามโคก (ปทุมธานี) และบางกอก ได้สร้างโบสถ์เล็ก ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาคือ โบสถ์พระแม่ปฏิสนธินิรมล (โบสถ์คอนเซปชัญ)
                ค.ศ.๑๖๗๔ มีชาวไทยคาทอลิกประมาณ ๖๐๐ คน
                ค.ศ.๑๖๘๘ สมเด็จพระนารายณ์ ฯ เสด็จสวรรคต สมเด็จพระเพทราชาขึ้นครองราชย์ ได้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกองทหารฝรั่งเศสที่รักษาป้อมที่บางกอก พวกฮอลันดา ซึ่งเป็นอริกับฝรั่งเศสช่วยไทยปิดล้อมป้อม นานห้าเดือน จึงเจรจาตกลงกันได้ ความเข้าใจผิดอันนี้ทำให้รัฐบาลไทยและประชาชนโกรธแค้น ได้จับบาทหลวง และคริสตังจำนวนหนึ่ง คุมขังไว้ที่กรุงศรีอยุธยา จนถึงปี ค.ศ.๑๖๘๙ จึงได้ปล่อย และต่อจากนั้นไปอีกประมาณ ๑๐๐ ปี ศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย ก็ประสบการชะงักงัน
                ค.ศ.๑๗๐๗ มีการตั้งหมู่บ้านคริสตังที่จังหวัดจันทบุรี โดยเริ่มจากคริสตังในแคว้นโคชินไชนา ถูกเบียดเบียนจึงได้หนีมาอาศัยอยู่ที่จันทบุรี
                ค.ศ.๑๗๖๗ กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า ศาสนจักรพลอยยับเยิบไปด้วย
                ค.ศ.๑๗๘๒ ราชวงศ์จักรีขึ้นครองราชย์ที่กรุงเทพ ฯ ฐานะของมิสซังเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ
                ค.ศ.๑๘๐๒ คริสตังในมัสซังไทย รวมไปถึงเกาะปีนังมี ๒,๕๐๐ คน และเพิ่มเป็น ๓,๐๐๐ คน ในปี ค.ศ.๑๘๑๑
                ค.ศ.๑๘๔๑ มิสซังสยามได้มีการแบ่งเป็นครั้งแรกคือ มิสซังสยามตะวันออก ได้แก่ ราชอาณาจักรไทยกับลาว ส่วนที่เหลือเป็นสยามตะวันตกได้แก่ แหลมมลายู เกาะสุมาตรา และภาคใต้ของพม่า บาทหลวงปัลเลอคัว เป็นประมุขมิสซังสยามตะวันออก มีมิสชันนารีชาวยุโรปเจ็ดคน ชาวพื้นเมืองห้าคน ซิสเตอร์ ๒๐ คน สัตบุรุษในปกครองประมาณ ๔,๐๐๐ คน แบ่งเป็นหกโบสถ์คือ โบสถ์นักบุญ ฟรังซิส เซเวียร์ สามเสน โบสถ์คอนเซปชัญ โบสถ์ซางตาครูส โบสถ์แม่พระลูกปองคำ โบสถ์อยุธยา และโบสถ์จันทบุรี
                บาทหลวงปัลเลอคัว ปกครองมิสซังไทยระหว่างปี ค.ศ.๑๘๔๑ - ๑๘๖๒ เป็นผู้มีสติปัญญาเฉียบแหลม มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และวรรณคดีอย่างกว้างขวาง ได้ศึกษาภาษาไทยและบาลีจนแตกฉาน ได้แต่งหนังสือหลายเล่มที่มีชื่อมากคือ พจนานุกรม ไทย - ลาติน - ฝรั่งเศส - อังกฤษ เมื่อท่านถึงแก่กรรม ในปี ค.ศ.๑๘๖๒ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ได้พระราชทานวอสำหรับพิธีศพ ให้ชักธงชาติครึ่งเสาไว้อาลัยทั่วราชอาณาจักร ขณะบรรจุศพที่สุสานโบสถ์คอนเชปชัญ ก็ได้มีการยิงปืนใหญ่สลุต ๑๕ นัดด้วย
                ค.ศ.๑๘๖๘ มิสซังได้ขยายตัวมาก โดยเฉพาะในหมู่คนจีน มีการเปิดหมู่บ้านคริสตังใหม่หลายแห่งเช่นที่ปากลัด บางช้าง - บางนกแขวก ท่าหว้า บางปลาสร้อย แปดริ้ว บ้านหล้า (นครนายก) เป็นต้น
                ค.ศ.๑๘๘๑ ได้มีการส่งบาทหลวงไปแพร่คำสอนยังภาคอีสานที่อุบลราชธานี นครพนม และได้ตั้งกลุ่มคริสตังที่ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง ฯ จังหวัดสกลนคร เมื่อปี ค.ศ.๑๘๘๔
                ค.ศ.๑๘๘๕ ได้เปลี่ยนโรงเรียนประจำโบสถ์เป็นวิทยาลัย (College) ได้เชิญภราคา (บราเดอร์) คณะเซนต์คาเบรียลมาปกครองโรงเรียน ภราคารุ่นแรกมาถึงประเทศไทยในปี ค.ศ.๑๙๐๑
                ค.ศ.๑๘๙๗ โบสถ์เซนต์ฟรังซิส ฯ สามเสนได้ฟื้นฟูคณะภคินี (ซิสเตอร์) พื้นเมืองขึ้นอีก โดยได้สร้างโบสถ์ขึ้นตรงที่ปัจจุบันเป็นโรงเรียนเซนต์ฟรังซิสคอนแวนต์ เมื่อกิจการเจริญเติบโต ก็ได้ย้ายมาตั้งที่คลองเตย คือ บริเวณโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ถนนสุนทรโกษาในปัจจุบัน
                ค.ศ.๑๘๙๘ ได้เปิดโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ สาธร และเปิดโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ในปี ค.ศ.๑๙๐๕
                ค.ศ.๑๙๐๙ รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินของมิสซังชื่อ พระราชบัญญัติว่าด้วยลักษณะฐานะ วัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก ในกรุงสยาม ร.ศ.๑๒๘ (พ.ศ.๒๔๕๒)
                ค.ศ.๑๙๒๔ ภคินีคณะอูร์สุลิน เริ่มมาดำเนินกิจการในประเทศไทย ปัจจุบันมีศูนย์กลางอยู่ที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย
                ค.ศ.๑๙๒๕ ภคินีคณะคาร์เมล เข้ามาตั้งที่ประเทศไทย มีโบสถ์ที่ถนนคอนแวนต์ ต่อมาในปี ค.ศ.๑๙๘๒ ได้แยกไปเปิดที่จันทบุรีอีกโบสถ์หนึ่ง
                ค.ศ.๑๙๒๗ บาทหลวงคณะซาเลเซียนของนักบุญยอห์น บอสโก เริ่มดำเนินกิจการในประเทศไทยต่อมาได้รับมอบ ให้ปกครองมิสซังราชบุรี
                ระยะดังกล่าวนี้ ได้มีการส่งนักบวชไทยไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยปรอปากันดา ฟีเด ที่กรุงโรม
                ค.ศ.๑๙๖๒  มีการเปิดประชุมสภาสังคายนาวาติกันที่ ๒ มุขนายก ในประเทศไทยทั้งหมดได้เข้าร่วมประชุมสภาสังคายนาปิด เมื่อปี ค.ศ.๑๙๖๕  หลังจากนั้นทางกรุงโรมได้ประกาศให้สถาปนา ฐานานุกรมในประเทศไทย  โดยแบ่งเขตการปกครองฝ่ายศาสนจักร ออกเป็นสองภาคคือ
                    ภาคแรก  ได้แก่  เขตมิสซังกรุงเทพ ฯ  มีมิสซังในสังกัดคือ ราชบุรี จันทบุรี และเชียงใหม่
                    ภาคสอง  ได้แก่ เขตมิสซังท่าแร่ - หนองแสง มีมิสซังในสังกัดคือ อุบล ฯ อุดร และนครราชสีมา
                        - เขตมิสซังกรุงเทพ ฯ  ถือว่าเป็นแม่ของมิสซังทั้งหลายในประเทศไทย สืบเนื่องมาจากมิสซังซึ่งตั้งขึ้นที่กรุงศรีอยุธยา เมื่อปี ค.ศ. ๑๖๖๙ (พ.ศ.๒๒๑๒)  ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์
                        - เขตมิสซังราชบุรี   แยกจากมิสซังกรุงเทพ ฯ คือ เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๓๐ บาทหลวงคณะซาเลเซียน ได้รับมอบหมายให้ปกครองแขวงราชบุรี ต่อมาในปี ค.ศ.๑๙๔๑ เป็นเทียมมิสซัง ในปี ค.ศ.๑๙๖๙  มิสซังนี้แบ่งออกเป็นสองเขตคือ เขตราชบุรีเดิม กับสุราษฎร์ธานี

 


                        - เขตมิสซังจันทบุรี  แยกจากมิสซังกรุงเทพ ฯ เมื่อปี ค.ศ.๑๙๔๔ เป็นมิสซังแรกที่ปกครองโดยคณะบาทหลวงพื้นเมือง
                        - เขตมิสซังสุราษฎร์ธานี  มีมิสซังล่าสุด เมื่อปี ค.ศ.๑๙๖๙ โดยแยกจากมิสซังราชบุรี
                        - เขตมิสซังเชียงใหม่  ประกาศเป็นมิสซัง เมื่อปี ค.ศ.๑๙๕๙
                        - เขตมิสซังนครสวรรค์  แยกจากมิสซังกรุงเทพ ฯ เมื่อปี ค.ศ.๑๙๖๗
                        - เขตมิสซังท่าแร่  แยกจากมิสซังกรุงเทพ ฯ ในปี ค.ศ.๑๘๙๙  ศูนย์กลางอยู่ที่วัดนักบุญอันนา หนองแสง อำเภอเมือง ฯ จังหวัดนครพนม เดิมชื่อ มิสซังลาว หรือหนองแสง  อยู่ในปกครองของคณะบาทหลวงพื้นเมือง
                    ต่อมาในปี ค.ศ.๑๙๖๕  กรุงโรมได้ประกาศสถาปนามิสซังท่าแร่ขึ้นเป็นภาค
                        - เขตมิสซังอุบลราชธานี   แยกจากมิสซังท่าแร่ เมื่อปี ค.ศ.๑๙๕๓
                        - เขตมิสซังอุดรธานี  แยกจากเขตมิสซังท่าแร่ เมื่อปี ค.ศ.๑๙๖๕
                        - เขตมิสซังนครราชสีมา  แยกจากเขตมิสซังอุบล ฯ  เมื่อปี ค.ศ.๑๙๖๕
           ความเชื่อถือและหลักคำสอน  แบ่งกว้าง ๆ ออกเป็นสามประการคือ
                    ข้อความเชื่อ หรือสัจธรรม
                    บัญญัติ  หรือหลักศีลธรรม
                    ข้อพึงอาศัย หรืออุปกรณ์นำไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายวิญญาณ
                คาทอลิกเชื่ออะไร   ชาวคาทอลิกเชื่อมั่นถึงพระเจ้าองค์เดียว ทรงเป็นจิตล้วน ดำรงอยู่ในนิรันดรภาพ ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งที่เห็นได้และไม่อาจเห็นได้  ประกอบด้วย พระบิดา พระบุตร และพระจิต รวมเรียกว่า พระตรีเอกภาพ
                พระองค์ทรงสร้างเทวดา (angels) และสกลจักรวาล (เอกภาพ) รวมทั้งมนุษย์
                ก่อนที่พระเจ้าจะให้เทวดาร่วมเสวยนิรันดรสุขกับพระองค์ พระองค์จะทดลองน้ำใจของเทวดา แต่มีเทวดาบางพวก ซึ่งมีลูซิแฟร์ เป็นหัวหน้าไม่ยอมอ่อนน้อมเชื่อฟัง จึงถูกลงโทษลงสู่นรกกลายเป็นปีศาจ (devils)
                คัมภีร์คริสตังภาคพันธสัญญาเดิมเล่มแรก (ปฐมกาล) เล่าเรื่องการสร้างสรรค์ว่า ทรงสร้างสรรพสิ่งในเอกภาพแล้ว ที่สุดทรงสร้างมนุษย์เป็นชาย - หญิง คู่แรก ชื่อ อาดัม และอีวา พร้อมทั้งประสาทพรให้ทั้งสองคนเกิดบุตรหลานสืบต่อ ๆ ไป จนทั่วแผ่นดิน และมอบให้มนุษย์ดูแลใช้สอยสรรพสิ่งในโลก ตามสภาพของมัน
                พระเจ้าสร้างมนุษย์ให้ประกอบด้วย ร่างกาย และวิญญาณ  อันเป็นจิตร่วมสนิทกับร่างกาย จิตสามารถคิดหาเหตุผล และมีอำเภอใจ ที่จะเลือกทำดี ทำชั่ว มนุษย์จึงต้องรับผิดชอบในกิจการของตน
                พระเจ้าสร้างมนุษย์เพื่อให้มนุษย์มีสติปัญญา รู้จักพระองค์ รักพระองค์ รักและช่วยหลือเพื่อนมนุษย์ เหมือนรักตนเอง  ถ้ามนุษย์ทำได้ครบถ้วยก็สมควรไปร่วมรับนิรันดรสุข กับพระองค์ในสวรรค์
                พระเจ้าให้อาดัมและอีวา มีชีวิตสองอย่างคือ ชีวิตธรรมชาติ และชีวิตเหนือธรรมชาติ แต่ทั้งสองคนมีชีวิตเป็นสุขในสวนเอเดน ชั่วขณะหนึ่งแล้วไปหลงเชื่อปีศาจ ที่คิดจะเป็นใหญ่เสมอพระเจ้า แต่พระเจ้าได้ให้สัญญาต่ออาดัม และอีวาว่า ต่อไปภายหน้าจะใช้พระบุตร มากอบกู้ (ไถ่) ให้มนุษย์ที่พึ่งบารมีสามารถไปสวรรค์ได้
                เมื่อประมาณสองพันปีมาแล้ว  พระบุตรได้เกิดมารับสภาพมนุษย์มีนามว่า พระเยซูคริสต์ เกิดที่ตำบลเบธเลเฮม ปาเลสไตน์  ปัจจุบันคือ อิสราเอล พระมารดานามว่า มารีอา หรือมารีย์ นักบุญโยเซฟ เป็นบิดาเลี้ยง มีอายุได้ ๓๓ ปี ใน ๓๐ ปีแรก อยู่กับพระมารดา และนักบุญโยเซฟ เยี่ยงสามัญชน ที่ตำบลนาซาเร็ธ แคว้นกาลิลี ประเทศปาเลสไตน์ ๓ ปีหลัง ได้เดินทางประกาศคำสั่งสอน หรือข่าวประเสริฐ เรื่องอาณาจักรสวรรค์ ได้เลือกศิษย์สิบสองคน (คณะอัครสาวก) เพื่อเป็นหลักในการสืบศาสนา ในที่สุด เพื่อให้เป็นการไถ่บาปมนุษย์ พระเยซูยอมให้ถูกจับกุมขึ้นศาลทางศาสนา ศาลบ้านเมือง ถูกทารุณกรรม ถูกตรึงกางเขนสิ้นพระชนม์ชีพ ในวันศุกร์ศักดิ์สิทธ์  ครั้งเช้าตรู่วันอาทิตย์ต่อมา (วันอาทิตย์ปัสกา) พระเยซูได้คืนชีพตามที่ได้ทำนายไว้ ระหว่างเวลา ๔๐ วัน หลังจากคืนชีพแล้ว พระเยซูได้ปรากฎแก่คณะอัครสาวก และศิษย์หลายครั้ง เพื่อปรับปรุงศาสนจักรที่ตั้งขึ้นให้สมบูรณ์
                ข่าวดี  หรือข่าวประเสริฐ ที่พระเยซูประกาศที่สำคัญคือ พระเจ้าเป็นผู้สร้าง และเป็นพระบิดา พระทัยดี รักและเมตตาเหล่ามนุษย์ มนุษย์จึงต้องตอบสนองความรักของพระองค์ โดยพยายามถือตามพระบัญญัติสุดกำลังความสามารถ พระเยซูประกาศยืนยันว่า ท่านเป็นพระบุตร พระเจ้า เป็นพระผู้ไถ่  (แมสสิยาห์) ที่พระเจ้าสัญญไว้ในพันธสัญญาเดิม และชาวยิวเองกำลังรอคอย ท่านเน้นว่า มนุษย์ทุกคนเป็นพี่น้องร่วมพระบิดาเดียวกัน จึงต้องรักและช่วยเหลือกัน ทั้งเรื่องฝ่ายกายและฝ่ายวิญญาณ
                ศาสนาคริสต์สอนว่า มนุษย์เกิดหนเดียว ตายหนเดียว ชีวิตนี้เป็นชีวิตชั่วคราว เพื่อเตรียมเข้าสู่ชีวิตหน้า (ปรโลก) มนุษย์มาจากพระเจ้า เมื่อตายแล้ววิญญาณจะกลับไปเฝ้าพระเจ้า เพื่อรับคำพิพากษาตามบุญและบาปของตน ถ้าวิญญาณบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซนต์ก็จะได้สวรรค์คือ อยู่กับพระเจ้า ความสุขนิรันดรร่วมกับบรรดาเทวดา และนักบุญทั้งหลาย  ถ้าวิญญาณติดบาปหนักก็จะได้นรก (hell) ทนทุกข์ทรมานไม่รู้สิ้นสุด ร่วมกับปีศาจ และบริวารของมัน ถ้าวิญญาณติดบาปเบา หรือใช้โทษบาปยังไม่ครบ จะต้องไปรับโทษในไฟชำระจนกว่าจะบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซนต์ จึงไปสวรรค์ได้


www.kamsai.org เว็บไซต์ศูนย์รวมความรู้คู่คุณธรรม(ไทย-ลาว),ເວັບໄຊຕ໌ສູນລວມຄວາມຮູ້ຄູ່ຄຸນນະທັມ