Get Adobe Flash player

ເມນູພາສາລາວ (Lao Menu )

ໜ້າຫຼັກ( HOME)
ສະບາຍດີເມືອງລາວ/ຂ່າວ/ພາບ
ພຣະພຸທະເຈົ້າ/ພຣະປັຈເຈກฯ
ປະຖົມມະສົມໂພດ ກັນ໑-໓໑
ພຸດທະສາວົກ - ສາວິກາ
ບົດສູດມົນ (Chanting)
ທັມະ/ນິທານ/ບຸນ-ບາບ
ພາສາ/ວັທນະທັມ-ປະເພນີ
ປະຫວັດສາດ / ກົດໝາຍ
ນິທານ/ເລື່ອງເລົ່າ/ບົດຂຽນ
ຄຳຖວາຍ / ຄຳອາຣາທະນາ
ອານິສົງສ໌ / ວັດລາວທົ່ວໂລກ
ຄຳສູດຂວັນ / ຄຳຜູກແຂນ
ຢາພື້ນບ້ານ / ສຸຂະພາບ
ຜະຫຍາ/ກະວີ/ຄະຕິຄຳສອນ
ຮຽນພາສາລາວໄດ້ແລ້ວທີ່ນີ້
ຮຽນພາສາໄທໄດ້ແລ້ວທີ່ນີ້
ຮຽນພາສາຕ່າງປະເທດທີ່ນີ້
ຟັງພາສານານາຊາດທີ່ນີ້
ຟັງທັມະ-ໝໍລຳ-ລູກທຸ່ງທີ່ນີ້
ສູດອາຫານ/ຂອງຫວານ/ເຄື່ອງດື່ມ

สถิติเข้าชม(เริ่ม 05-04-2014)

Today1070
Yesterday1017
This week5536
This month22737
Total322174

Visitor IP : 54.81.124.198 Visitor Info : Unknown - Unknown วันเสาร์, 25 ตุลาคม 2557 22:48

Who Is Online

Guests : 30 guests online Members : No members online
Powered by CoalaWeb

Facebook/เฟชบุ๊ค/ເຟຊບູ໊ກ

 
 

อัตราแลกเปลี่ยน & ดอกเบี้ย

ອັດຕາແລກປ່ຽນເງີນກີບ

 

ສະກຸນເງິນ ໃບເງິນ/ກີບ
ອັດຕາຊື້ ອັດຕາຂາຍ
USD 8,031.00 8,062.00
THB 247.95 249.20
EUR 10,264.00 10,316.00
GBP 12,704.00 12,958.00
AUD 6,935.00 7,073.00
CAD 7,020.00 7,160.00
JPY 74.24 75.70
ວັນທີ: 17/10/2014   ລະອຽດ...

 

พยากรณ์อากาส(เมืองไทย)

ราคาน้ำมัน บางจาก

ราคาทองคำเมืองไทย

รวมลิ้งค์/ລວມລິ້ງຄ໌/Link

รวมลิ้งค์/ລວມລິ້ງຄ໌/Link

 

×

คำเตือน

Error loading component: com_tags, Component not found

ศิลปะการผูกผ้าประดับ

       

การผูกผ้าประดับสำหรับหลายๆคนอาจเคยทำมาแล้วส่วนผู้เขียนนี้เคยบ้างเล็กน้อย เพราะส่วนมากเห็นแต่คนอื่นๆเขาทำกัน

บางครั้งก็จำ บางครั้งก็จำไม่ค่อยได้  ก็เลยค้นหาจากแหล่งความรู้ต่างๆ มารวบรวมไว้ที่นี้เพื่อเราท่านทั้งหลายจะได้ศึกษาอย่างเต็มที่จร้า

                                                                                                     ครูบาบ้านนา

 

 

การผูกผ้าประดับอาคาร

1. หลักสูตร  
การผูกผ้าประดับอาคาร

2. ความสำคัญและความจำเป็นของหลักสูตร
การผูกผ้าประดับอาคาร เป็นการตกแต่งสถานที่ให้สวยงาม สามารถนำไปประกอบอาชีพด้วยการรับจ้างได้
3. วัตถุประสงค์
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประกอบอาชีพรับจ้างผูกผ้าประดับอาคารได้
จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถ
1. ผูกผ้าประดับอาคารได้
2. ออกแบบผ้าประดับอาคารได้
3. ประกอบกิจกรรมเป็นอาชีพได้
4. คุณสมบัติผู้เรียน
   
 
ประชาชนทั่วไปที่สามารถอ่านและเขียนภาษาไทยได้ โดยไม่กำจัดเพศ อายุ และวุฒิทางการศึกษา
5. เนื้อหา
- ความรู้ทั่วไปของการผูกผ้าประดับอาคาร
- รูปแบบของการผูกผ้าประดับอาคาร
- การผสมผสานรูปแบบผลงาน
- การจัดการในอาชีพ
6. รูปแบบการเรียนรู้  
เรียนรู้ด้วยตนเอง โดยวิธีเรียนทางไกล
   
 
7. อุปกรณ์และสื่อการเรียน
- สิ่งพิมพ์ "การผูกผ้าประดับอาคาร"
- วีดีทัศน์
- วัสดุอุปกรณ์ของจริงที่ใช้ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากกก
- แหล่งศึกษาดูงาน
- บุคคลผู้รู้
8. การประเมินผลการเรียน
- ผู้เรียนประเมินผลด้วยตนเอง โดยทำแบบทดสอบก่อน-หลังเรียนและทำกิจกรรมทุกกิจกรรมที่นำเสนอในสื่อสิ่ง พิมพ์ แล้วตรวจกับเฉลยและแนวตอบกิจกรรม
-ประเมินผลการปฏิบัติโดยครู กศน. หรือผู้รู้
9. วัน เดือน ปีที่เรียน
-
10. ระยะเวลาเรียน
จำนวน 30 ชั่วโมง

11. สถานที่เรียน
เรียนรู้ด้วยตนเองสถานที่ใดก็ได้
12.ชื่อครูผู้สอน/วิทยากร
-  
13. ค่าใช้จ่าย

 
 

 
-
14. สถานที่ติดต่อ
ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคตะวันออก ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง 21000 โทร. 038-655460-1
E-mail  : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it."> This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. , This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it."> This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
 
15. ดาว์นโหลดหลักสูตร
  8103-02-0025.rar
   

 


 

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการผูกผ้าและการจับจีบผ้า
1. การผูกผ้าและการจับจีบผ้า
2. โอกาสที่ใช้ในการผูกผ้าและจับจีบผ้า
3. ประโยชน์ของการผูกผ้าและจับจีบผ้า
สาระสำคัญ
การผูกผ้า คือ การสร้างสรรค์รูปแบบของการผูก การมัด และการจับดอก เพื่อให้การประดับตกแต่งสถานที่มีความสวยงามมากขึ้น
การจับจีบผ้า คือ ลักษณะการม้วน การพับ การซ้อน การย่น การบิดเกลียว หรือ การจับจีบผ้าให้เป็นรูปแบบต่างๆ
การ ผูกผ้าและการจับจีบผ้ามักใช้เป็นส่วนประกอบในการตกแต่งสถานที่จัดงานในโอกาส ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานพระราชพิธี งานพิธี หรืองานแนะนำสินค้า หรือ การจัดงานทางธุรกิจ ฯลฯ ซึ่งรูปแบบของการผูกผ้าและจับจีบผ้าจะมีลักษณะอย่างไรขึ้นอยู่กับลักษณะของ งาน วัตถุประสงค์ของ การจัดงาน โครงสร้างของสถานที่ที่จะตกแต่ง
สาระการเรียนรู้
1. การผูกผ้าและการจับจีบผ้า
2. โอกาสที่ใช้ในการผูกผ้าและการจับจีบผ้า
3. ประโยชน์ของการผูกผ้าและการจับจีบผ้า
ผลการเรียนรู้
1. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการผูกผ้าและการจับจีบผ้า
2. มีทักษะในการผูกผ้าและการจับจีบผ้าในโอกาสต่างๆ
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกความหมายของการผูกผ้าและการจับจีบผ้า
2. บอกลักษณะของการผูกผ้าและการจับจีบผ้า
3. มีทักษะในการผูกผ้าและการจับจีบผ้าในโอกาสต่างๆ
4. เห็นคุณค่าในการผูกผ้าและการจับจีบผ้าในโอกาสต่างๆ
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการผูกผ้าและการจีบผ้า
ประเทศ ไทยเป็นประเทศที่มีธรรมชาติ สวยงาม มีพรรณไม้ดอก ไม้ประดับหลากหลาย ซึ่งคนไทยนิยมนำทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้นมาใช้ประดับตกแต่งสถานที่ ในงานพิธี หรืองานเทศกาลและการจัดงานต่าง ๆ แต่ปัจจุบันทรัพยากรเหล่านั้นมีจำนวนลดน้อยลง หายากขึ้น เนื่องจากความเจริญทางวัตถุได้รุกล้ำพื้นที่ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น จึงมีการนำวัสดุอื่น ๆ มาใช้ในการตกแต่งทดแทน เช่น การใช้ลูกโป่ง การใช้ผ้า เป็นต้น
สำหรับการใช้ผ้าเป็นวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งสถานที่ กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ในภายหลัง และสามารถเลือกสีของผ้า และรูปแบบของการตกแต่งได้ตามลักษณะของงาน จึงทำให้มีผู้ศึกษาวิธีการตกแต่งสถานที่ด้วยการผูกผ้าและจับจีบผ้าเพิ่มมาก ขึ้น
1. การผูกผ้าและการจับจีบผ้า
1.1 ความหมายของการผูกผ้าและการจับจีบผ้า
การ ผูกผ้า ( Bind Down ) หมายถึง การปฏิบัติงานในการสร้างสรรค์รูปแบบของผลงานด้วยการผูก การมัดและการจับดอก เพื่อสร้างงานและเพิ่มมูลค่าของผลงานให้เกิดความสวยงาม
การจับจีบ ( Pleating ) หมายถึง การสร้างสรรค์รูปแบบของงานในการปฏิบัติงานด้วยการม้วน การพับ การซ้อน การจีบ การบิดเกลียว การรูดหรือการย่น
1.2 รูปแบบของการผูกผ้าและการจับจีบผ้า
รูปแบบของการผูกผ้า มี 3 รูปแบบ คือ
- ดอก คือ ส่วนสำคัญขององค์ประกอบการทั้งหมด ถูกกำหนดให้เป็นจุดเด่น

- เฟื่อง คือ องค์ประกอบในการผูกผ้าเพื่อแก้ปัญหาด้านพื้นที่ เวลา และโครงสร้าง
- ระย้า คือ การผูกผ้าที่มีลักษณะเป็นพวงพุ่ม จะอยู่ภายใต้ดอกหรือเฟื่อง
รูปแบบของการจับจีบผ้า
1. การม้วน คือ การจับผ้าที่ใช้ในตกแต่งภายนอก โดยจับม้วนผ้าเป็นครึ่งวงกลม
ทิ้งช่วงห่าง ให้มีระยะงามพอดี
2. การพับ คือ การจับแนวตลบของสันทบผ้าที่ใช้ในการจับจีบให้มีลักษณะเป็นกลีบดอกบัว พับซ้อนกันเหมือนรูปทรงสามเหลี่ยม

3. การซ้อน คือ การจับแนวสัน ทบผ้าของจีบให้ติดกัน โดยใช้เข็ม หมุดกลัดตรงมุมให้ติดกันและ กำหนดช่องไฟให้สับหว่างกัน เหมือนสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน

4. การจีบ คือ การทับซ้อนของผ้าที่มีขนาด ความกว้างและความลึกของจีบเท่ากันและ ในทิศทางเดียวกัน

5. การบิดเกลียว คือ การจับจีบชั้นบนที่ ต้องการตกแต่ง โดยจับมุมผ้าในทิศทาง เฉลียง 45 องศา แล้วยกริมผ้าให้ขนานกับขอบโต๊ะแล้วกำหนดความกว้างและความลึกของจีบ วางเสมอขอบโต๊ะ จะเกิดแนวทแยงบิดเกลียว แล้วจับทบซ้อน ให้มีขนาดความลึกของจีบเท่ากันและในทิศทางเดียวกัน

6. การย่นหรือการรูด คือ การจับริมผ้า หรือส่วนที่ต้องการตกแต่งจับรูดให้เป็น รอยย่น โดยเริ่มทำจากด้านล่างสู่ด้านบน เพื่อให้มีลักษณะพองฟูสวยงาม

กิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ที่ 1
1. การจับจีบ หมายถึง ..........................................................................
2. การผูกผ้า หมายถึง ...........................................................................
3. การบิดเกลียว หมายถึง ......................................................................
4. ให้วาดรูปและระบายสีดอก เฟื่อง ระย้า ..............................................
5. การพับ หมายถึง ...............................................................................
2. โอกาสที่ใช้ในการผูกผ้าและจับจีบผ้า

การผูกผ้าและจับจีบผ้า นิยมใช้ในงานเทศกาลและงานพิธีในโอกาสต่าง ๆ ดังนี้
2.1 งานพระราชพิธี ( Royal Ceremony ) หมายถึง งานที่อยู่ในขนบธรรมเนียมและราชประเพณีของพระมหากษัตริย์ มีระเบียบ แบบแผนและขั้นตอนมีหมายกำหนดการอย่างเป็นพิธีการ เรียบร้อย รัดกุม และคำนึงถึงความปลอดภัย ซึ่งการประดับตกแต่งสถานที่ นิยมใช้ผ้าเป็นส่วนประกอบ แสดงดังรูป

รูปที่ 1 ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนม์พรรษา

รูปที่ 2 ภาพการจัดตกแต่งสถานที่ งานรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย


2.2 การจัดงานพิธี (Ceremony ) คือ งานที่กำหนดรูปแบบ โดยมีกำหนดการที่ชัดเจน ทราบจุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ของงาน เช่น งานแห่เทียนพรรษา งานวันมาฆบูชา งานศพ พิธีมอบใบประกาศนียบัตร แสดงดังรูป
รูปที่ 1 ภาพตกแต่งต้นเทียนพรรษา ณ จังหวัดสมุทรสาคร

รูปที่ 2 ภาพตกแต่งฐานพระ เนื่องในวันมาฆบูชา

รูปที่ 3 ภาพการตกแต่งสถานที่พระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาฯ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
รูปที่ 4 ภาพงานพิธีมอบประกาศนียบัตร ประจำปีการศึกษา 2550 ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสวภา
2.3 การจัดงานทางธุรกิจ คือ การที่ใช้สถานที่ตกแต่ง เพื่อให้เกิดความสวยงาม โดยมี
วัตถุประสงค์ของเจ้าของงานเป็นหลัก เช่น งานแต่งงาน การประชุม งานแถลงข่าว งานจัดเลี้ยงสังสรรค์งานสาธิตต่างๆ แสดงดังรูป

รูปที่ 1 ภาพการตกแต่งเวที งานแต่งงาน สโมสรทหารบก
รูปที่ 2 ภาพการตกแต่งโต๊ะประชุม ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา

รูปที่ 3 ภาพการตกแต่งสถานที่ งานเลี้ยงสังสรรค์ แสดงความยินดี นิสิต ปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
รูปที่ 4 ภาพงานแถลงข่าว “ ครัวคุณหรีด” ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา
3. ประโยชน์ของการผูกผ้าและการจับจีบผ้า
3.1 ประโยชน์ของการผูกผ้า คือ การนำผลงานไปใช้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของงานที่ได้รับมอบหมาย กับผลงานที่ได้รับมอบหมาย ประโยชน์ที่ใช้ในการตกแต่งสถานที่ที่ต้องการเน้นให้เป็นจุดเด่น อันมีประธานและรองประธาน โดยเรียงลำดับตามความสำคัญ ใช้ตกแต่งโครงสร้างเคลื่อนที่และโครงสร้างถาวร โดยใช้การตกแต่งด้วยการผูกผ้า ด้วยดอก,เฟื่อง,ระย้า แสดงดังรูป
รูปที่ 1 ผูกผ้าเป็นรูปดอกมีเกสรสลับสี
รูปที่ 2 การผูกผ้ารูปดอกไม้เรียงลำดับเป็นแถว

3.2 ประโยชน์ของการจับจีบ หมายถึง การนำผลงานไปใช้ให้ตอบสนองความต้องการของงานนั้นๆ ได้อย่างเหมาะสม ใช้ในการจัดตกแต่งสถานที่ในงานประเภทต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานสาธิตต่างๆ การประชุมสัมมนา การจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต การจัดเลี้ยงโต๊ะจีน โต๊ะลงทะเบียน ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบของการจัดงานที่สำคัญ เพราะถือเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ( Structure Standard) ก่อนที่ส่วนต่างๆจะลงมือตกแต่งได้ ปัจจุบันได้มีวิวัฒนาการมาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดตกแต่งสถานที่ในโรงแรม และการบริการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนฯลฯ แสดงดังรูป
รูปที่ 1 การจัดตกแต่งสถานที่งานแต่งงาน ณ สโมสรตำรวจ
รูปที่ 2 การจัดตกแต่งโต๊ะสาธิตอาหารไทย ณ วังปารุสก์สักวัน
รูปที่ 3 การจัดตกแต่งโต๊ะประชุม ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา
รูปที่ 4 การตกแต่งโต๊ะจัดเลี้ยงแบบบุปเฟ่ต์ ณ โรงเรียนอิสลามวิทยาลัย

รูปที่ 5 การตกแต่งโต๊ะจีนในงานแต่งงาน ณ สมาคมอิสลามแห่งประเทศไทย
รูปที่ 6 การตกแต่งโต๊ะลงทะเบียนงานแต่งงาน ณ สมาคมอิสลามแห่งประเทศไทย


บทสรุป
การ ผูกผ้าและจับจีบผ้า จัดเป็นองค์ประกอบโครงสร้างขั้นพื้นฐานของการจัดตกแต่งสถานที่ โดยแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ การผูกผ้า ( Bind Down ) การผูก การมัดและการจับดอก การทำเฟื่อง การทำระย้า นิยมใช้กับโครงสร้างขนาดใหญ่และใช้พื้นที่ที่มีความกว้างและความยาว เช่น การตกแต่งกำแพง เต้นท์ เวที การจับจีบผ้า ( Pleating ) การซ้อน , การพับ , การจีบ , การบิดเกลียว ให้เป็นลวดลายต่างๆ โดยสร้างจุดเด่นด้วยสีและผิวสัมผัสของผ้า ใช้ในการตกแต่งสถานที่ที่มีพื้นที่เฉพาะและเน้นรายละเอียด จากส่วนประกอบของการตกแต่ง เช่นงานแต่งงาน (Wedding Ceremony ) งานวันเกิด ( Birthday Party )

ครูสุพรรณี สุกใส

 


 

วิทยากร นายวีนัส อรุณมาก นักการภารโรง ของโรงเรียนเทศบาล ๔ (เชาวนปรชาอุทิศ) ผู้มีความสามารถในการผูกผ้าประดับเวที...วันนี้ครูอ้อยเชิญมาสาธิตการผูกผ้า ให้นักเรียนได้ทำกันเพื่อในวันข้างหน้ากิจกรรมตรงนี้ที่เขาได้รับไปประยุกต์ ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างภาคภูมิใจ...
วีนัส เป็นครูของครูอ้อยด้วยนะคะ...สอนครูอ้อยผูกผ้า..บางทีลูกศิษย์คนนี้ก็ทรยศใช้ครูผูกผ้าแต่เพียงผู้เดียว Grin
Grin Grin Grin Grin






































 
 
 
 

ผลงานสำเร็จจ้า ชิ้นแรกของห้องหนูเลยนะเนี่ย  Cool Cool Cool Cool Cool.. Smiley Smiley Smiley Smiley





 


 

การติดผ้า เป็นศิลปการปูผ้าที่สวยงามไปอีกแบบหนึ่ง

ที่จำเป็นต้องใช้ความใจเย็น ..ในการทำมาค่อนข้างสูงมาก

แต่ก็คุ้มค่ากับคุณค่าของงาน ที่ชวนมอง และสบายตา

เหมาะสำหรับ งานที่ค่อนข้างหรูนะคะ ... ลองทำตาม

ขั้นตอน ที่บอกไปอย่างช้าๆนะคะ

ขออวยพร ให้ทำได้ สำเร็จ และสวยงามดังใจนึกค่ะ . ..

ขั้นแรก นำผ้าที่พับชายด้านนอกมาทาบกับขอบโต๊ะ แล้วกลัดเข็มหมุดที่

ปลายผ้าด้านแนวนอน เพื่อให้ผ้ายึดติดกับขอบโต๊ะ

ดึงผ้าให้ตึงโดยให้ผ้าขนานกับขอบโต๊ะ ส่วนชายผ้าด้านล่าง

ให้ชายลอยห่างจากพื้นพอประมาณ

จับจีบทบผ้าแล้วกลัดเข็มหมุดเพื่อทำบ่วงสำหรับทำตัวผีเสื้อ

วนผ้ากลับมาติดเข็มหมุดอีกครั้ง

ดึงผ้ามาทาบกับขอบโต๊ะอีกทีแล้วกลัดเข็มหมุด

จากภาพข้างบนจะได้รูปบ่วงสำหรับทำตัวผีเสื้อ

ได้ตัวบ่วงสำหรับทำตัวผีเสื้อที่ 1

จากนั้นจึงเริ่มทำบ่วงตัวต่อไปจะกลัดเข็มหมุด

เว้นช่วงห่างประมาณ 1 นิ้ว ต่อตัวผีเสื้อ

ดึงผ้ามาทบกันวัดช่วงตัวจากบ่วงที่ทำสำเร็จแล้ว

ซึ่งจะวัดจากเข็มหมุดตัวที่สองของบ่วงตัวแรก

ทำตามภาพที่ 3 - 9 ไปเรื่อยๆ จนได้บ่วงครบรอบโต๊ะ

ดังภาพ

เมื่อทำบ่วงครบรอบโต๊ะแล้ว ก็เริ่มทำตัวผีเสื้อ

โดยจับจีบผ้าเล่ขึ้นประมาณ 3 - 4 จีบ ดังภาพ

เมื่อจับจีบผ้าส่วนที่พับออกด้านนอกไว้ 3 - 4 จีบ

แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้กดไว้

ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้กดผ้าที่จับจีบไว้ แล้วจึง

กลัดเข็มหมุดตรงกึ่งกลางผ้าที่จับจีบไว้

เมื่อกลัดเข็มหมุดที่กึ่งกลางผ้าได้แล้ว ก็จะได้

ตัวผีเสื่อดังรูป

ดึงผ้ามาทาบกับขอบโต๊ะอีกทีแล้วกลัดเข็มหมุด

งานที่สำเร็จแล้วดังภาพ

ขั้นตอนสุดท้าย คือการเก็บชายผ้าที่เหลือโดย

พับผ้าทบกันแล้วจึงกลัดเข็มหมุด

****************

 ขอขอบคุณข้อมูล  และภาพจาก

หนังสือ  ศิลปะการผูกผ้า

โดย  ฉัตต์ปทุม

..................................

 

งานชิ้นนี้เจ้าของบลอกได้สะแกน และตัดต่อให้อย่างละเอียด
เพื่อเป็นนวตกรรมสื่อการสอน แก่ผู้สนใจทั่วไปค่ะ

 

 


 

เปิดเทอมใหม่แล้ว...เทอมนี้ลงเรียนศิลปะการผูกผ้า

การผูกผ้ามันเป็นงานที่ต่อเนื่องจากการจัดดอกไม้ด้วยน๊ะค่ะ โต๊ะสวย ดอกไม้สวย เพอร์เฟคค่ะ

อาจารย์ผู้สอนก็ท่านเดิมแหละค่ะ ก็งานมันต่อเนื่องกันนิค่ะ

มาเริ่มต้นกันเลยดีกว่า
มาดูอุปกรณ์กัน
1. ผ้า (สำคัญมากเลย )
2. เชือกฟาง
3. เข็มหมุดหัวสี

โต๊ะที่เราจะเรียนก็มีทั้งสี่แหลี่ยมและแบบกลมเลือกกันตามใจชอบเลย
โอ๋เลือกแบบกลมอะ (มันอบู่ใกล้พัดลม) มีเหตุผลในการเลือก

ก่อนอื่นเราต้องปูผ้าบนโต๊ะเพื่อรองพื้นกันก่อน เอาผ้ามัดไว้ที่ขาโต๊ะ (มัดด้วยเชือกฝาง) มัดให้แน่น ๆ ตึง ๆ น๊ะ





ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะกลมหรือโต๊ะเหลี่ยมก็ผูกที่ขาโต๊ะเหมือนกัน


โต๊ะกลมหน้าหน้ากว้างของผ้าไม่พอในผืนเดียว ก็ใช้ 2 ผืน หรือถ้าผ้ายาวก็ตลบกลับมาใช้ได้เลย รอยต่อตรงกลางเราก็ใช้หมุดกลัดเอาไว้


บังเอิญโอ๋เลือผ้าผืนใหญ่เลยปิดได้พอดีไม่ต้องใช้หลายผืน

เก็บผ้าเหมือนโต๊ะเหลี่ยม


เรียบร้อยสำหรับการปูรองโต๊ะ ตอไปก็จะขึ้นลายแล้ว


1. ลายทวิส เป็นพื้นฐานของทุกๆ ลายเลยค่ะ

การ พับผ้าความยาวของผ้าต้องพับผ้าให้พอดีกับพื้นน๊ะหรือยาวกว่านิดหน่อยได้ ในกรณีอยู่ในห้องประชุม ถ้าอยู่ในที่โล่งและลมแรง ต้องพับสูงจากพื้นมานิดนึง เผื่อให้ลมผ่านได้ค่ะ









ถ้าผ้าไม่พอก็สามารถต่อได้ค่ะ (ใช้ผ้าคนลพสีเผื่อให้เห็นความแตกต่าง)






ถึงช่วงมุม (สำหรับโต๊ะเหลี่ยม) ก็ต้องมีการหลบมุมนิดนึง


อันนี้เป็นผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ค่ะ (โต๊ะนึงทำ 2 คนค่ะ)




เหลืออีกนิดนึง ผ้าหมดซะก่อก็เลยได้ลองต่อผ้าดู


2. ลายใบโพธิ์
ขึ้น ต้นเหมือนเดิมเลยค่ะ ขึ้นด้วยลายทวิส 2 ช่อง แล้วทิ้งห่วง 1 (ขนาดเท่ากับทวิส 2 ช่อง) แล้วจับทวิสต่อ ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ จนครบรอบ






อันนี้เป็นของกลุ่มเรา (เปลี่ยนผ้าเป็นสีแดงแรงฤทธิ์ ผ้าสีทองมันสั้นเอาสีแดงแหละยาวดี ไม่มีใครเหมือนด้วย )





การจับลายใบโพธิ์
หากึ่งกลางผ้าแล้วจับด้านล่างค่อย ๆ พันขึ้นมาตรงผ้มด้านบน พับประมาณ 3 ชั้นแล้วใช้มุดปักผ้า




แล้วใช้มือสอดไปด้านหลังผ้าเผื่อดึงให้เกิดลายที่สวยงาม
ดึงแล้วจะออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ เหมือนใบโพธิ์ไหมเอ่ย...






ถ้าเสร็จทั้งโต๊ะแล้วก็จะเป็นแบบนี้ค่ะ
สังเกตุได้ว่ามือใหม่จริง ๆ ค่ะ ดูจากผ้าซิกองพื้นซะเยอะเชียว



มาดูขอเพื่อน ๆ โต๊ะอื่นกันมั่ง






3. บาลโบว์
ขึ้นต้นเหมือนเดิมเลยค่ะ ขึ้นด้วยลายทวิส 2 ช่อง







แล้วยึดห่วง 1 (ขนาดเท่ากับทวิส 2 ช่อง)




ทำจนครบรอบ



การจับลายโบว์
ก์หาจุดกึ่งกลางผ้าก่อน แล้วยกขึ้นไปทับกับด้านบนแล้วจับจีบประมาณ 3 ชั้น เสร็จแล้วดคงผ้าด้านล่างให้ตึง จับลายให้สวยงาม




เสร็จแล้วจะออกมาประมาณนี้ค่ะ


ต่อไปก็เป็นผลงานของเราเอง



แบบสมบูรณ์
ผ้าเริ่มไม่กองที่พื้นแล้ว เริ่มกะถูก



อันนี้ขอเพื่อนกลุ่มอื่น


หมดแล้วค่ะสำหรับการเรียนอาทิตย์นี้ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะมีลายอะไรติดตามต่อไปน๊ะค่ะ

ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่เข้ามาชมค่ะ(
ครูโอ๋)

 


 

blog นี้เรื่องของสับปะรดล้วน ๆ เลยค่ะ
ลายสับปะรดมีทั้งหมด 3 แบบค่ะ
การขึ้นต้นทั้ง 3 แบบเหมือนกัน
1. วัดผ้ากับโต๊ะ ตลบชายผ้าไว้ด้านในให้ชายผ้ากองพื้นเล็กน้อย เก็บริมผ้าด้านข้าง


2. ขึ้นกลีบแรกกว้างไม่เกิน 2 นิ้ว ยึดเป็นห่วง จำนวน 2 ห่วง







3. นำห่วงที่ 2 มาวัดระยะ ยึดด้วยเข็มหมุด ทำห่วง 2 ห่วงไปเรื่อย ๆ จนครบรอบโต๊ะ









แบบที่ 1 ลายสับปะรด (เหมาะกับโต๊ะที่วางของสำคัญ ๆ)

มาเริ่มจับลายกัน
1. กรีดกลีบทั้ง 2 ห่วงให้สวย นำห่วงที่ 2 ของช่องแรก มายึดกับกลีบแรกของช่องต่อมา ทำจนรอบโต๊ะ









2. จับกลีบสับหว่างโดยวัดลงมาประมาณ 1-2 นิ้ว ให้เท่า ๆ กันทุกช่องจนถึงชายผ้าด้านล่าง และจับแต่งชายผ้าให้สวยงาม














แบบที่ 2 ลายสับปะรดล่าง

มาเริ่มจับลายกัน
1. กรีดผ้าทิ้งกลีบให้ตรง วัดลงมาประมาณ 1 คืบ









2. จับกลีบยึดด้วยเข็มหมุด สับหว่างลงมาเรื่อย ๆ ระยะห่างประมาณ 1-2 นิ้ว ทำประมาณ 4-5 ชั้น เมื่อสำเร็จแล้วโต๊ะจะมีทรงเอวคอด





4. ใช้นิ้วกดผ้าด้านบนให้พองออก









แบบสำเร็จ (ทำจนรอบโต๊ะ)




แบบที่ 3 ลายสับปะรดหน้าช้าง
1. นำห่วงที่ 2 มายึดกับห่วงแรกของช่องต่อไปจนรอบโต๊ะ



2. นับลายทั้งหมดว่ามีกี่คู่ หาจุดกึ่งกลางของแต่ละด้านสำหรับโต๊ะเหลี่ยม คำนวณให้ดีเพื่อขึ้นลายให้สมดุล และสวยงาม และจับจีบลงมาให้เป็นสามเหลี่ยม (หน้าช้าง) จะใช้กี่ตาหรือกี่ชั้นขึ้นอยู่กับขนาดของโต๊ะ และความสวยงาม ถ้าเป็นโต๊ะกลมจะทำประมาณ 2-3 ลายเท่านั้น





ตัวอย่างภาพงานจริง
ใช้ลายสับปะรดค่ะ ใช้ผ้าทั้งหมดประมาณ 22 เมตร ใช้เวลาทำประมาณ 5 ชั่วโมง (ทำคนเดียว)

ลักษณะของโต๊ะประชุมเป็นแบบตัว U ท่านคณบดีจะนั่งหันหน้าเข้ามาที่ป้ายค่ะ ส่วนทั้งสองข้าเป็นรองคณบดี รองคณบดีฝ่ายต่าง ๆ ฯ

ตรงกลางจะโล่งก็เลยจัดโต๊ะเพื่อว่างตัว mascot ของคณะทันตแทพยศาสตร์
ในส่วนนี้จะไม่มีใครเดินเข้ามาก็เลยปล่อยชายผ้าให้ยาวออกมา






เนื้อหาโดย คุณจันทร์ทิพ พวงสุดรัก (อิ๋ว)
เรียบเรียงโดย คุณศิริเพ็ญ แสงงาม (โอ๋)

 


 

ลายนี้เป็นอีกลายที่เราชอบ แต่...ลายนี้โดดเรียนเหมือนกัน แต่ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนติดตาม blog เรา จะเห็นลายนี้แว๊ป ๆ น๊ะ ยังจำกันได้หรือเปล่า

ลายห้าห่วง
ลายนี้เป็นอีกลายที่มีความสวยงาม แต่ถ้าใครจะให้ทำให้ก็ต้องขอคิดดูก่อนแล้วกัน เพราะลายยี้ใช้ผ้าเยอะมาก ขอย้ำว่าเยอะมาก 20 เมตรไม่พอแน่นอน ฟันธง อิอิ



ภาพไม่เยอะน๊ะ อย่างที่บอกว่าโดดเรียนอะ อันนี้เอามาทำเองที่บ้านแต่ที่บ้านมีแต่โต๊ะสี่เหลี่ยม

มาดูวิธีทำเลย
1. วัดชายผ้าให้เหลือเยอะหน่อย (เมื่อทำลายเสร็จ ชายผ้าจะรั้งขึ้นมาอีก) ตลบชายผ้าด้านบนเข้าข้างใน เก็บริมผ้าด้านข้าง

2. จับผ้าเป็นห่วงกว่างประมาณ 3-4 นิ้ว ยึดด้วยเข็มหมุด ทำต่อไปให้ครบ 5 ห่วง

3. นำห่วงสุดท้ายมาวัดระยะต่อไป ยึดด้วยเข็มหมุด ทำ 5 ห่วงต่อไปจนรอบโต๊ะ

4. จับทั้งห้าห่วงมาด้านหน้า กรีดผ้าให้สวยงาม วัดระยะลงมาจากขอบโต๊ะประมาณ 1 คืบ ยึดด้วยเข็มหมุด โดยโขว์หัวเข็มหมุดทำจนรอบโต๊ะ

5. ชั้นที่ 2 จับ 2 กลีบสุดท้ายของช่องแรกกับ 2 กลีบแรกของช่องที่ 2 มายึดด้วยเข็มหมุดโดยมีระยะห่างตามความเหมาะสม



6. จับ 5 กลีบเดิม (ข้อ 4) ยึดด้วยเข็มหมุดให้ระยะห่างเท่ากับชั้นก่อนหน้า ทำไปเรื่อย ๆ ประมาณ 4-5 ชั้น



7. กดผ้าด้านบนให้พองออก จับแต่งชายผ้าด้านล่างให้สวยงาม (ชายผ้าจะต้องกองกับพื้นและบานออกเหมือนชายกระโปรง)








เนื้อหาโดย คุณจันทร์ทิพ พวงสุดรัก (อิ๋ว)
เรียบเรียงโดย คุณศิริเพ็ญ แสงงาม (โอ๋)

 

 


 

สวัสดีค่ะ เพื่อนบลอกเกอร์ที่รักทุกท่าน

กระทู้นี้ ตั้งใจจะนำขั้นตอนการผูกผ้าอย่างละเอียดมาฝากนะคะ

ว่าไปแล้ว การผูกผ้า มีความจำเป็น

ในชีวิตประจำวันมากทีเดียว

ตั้งแต่ งานฉลอง งานแต่งงาน

งานศพ งานพระราชพิธีต่างๆ

ล้วนแล้วแต่ใช้การผูกผ้าแทบทั้งนั้น

....

เราผูกเป็นก็เป็นเสน่ห์สำหรับตนเองนะคะ

ไว้ใช้ยามฉุกเฉิน หรือยามที่จำเป็น

ต้องทำเอง ...

การผูกผ้าแบบนี้

ชื่อว่า...

ลายดอกระย้าทับสิ้นค่ะ

ลายดอกระย้าทับสิ้น

ส่วนมากจะใช้สำหรับงานหรูๆตอนกลางคืน

งานมงคลสมรส งานเปิดตัวสินค้า ฯ

อุปกรณ์ที่ใช้ ในการทำครั้งนี้มี

1. ผ้าสองชิ้น ผ้าปูโต๊ะ 3 ชิ้น ผ้าปูโต๊ะ 1 ชิ้น

ผ้าจับจีบซิ่น 1 ชิ้น ผ้าจับดอก 1 ชิ้น

2. เข็มหมุด

3. ลวด

4. กรรไกรใช้ตัดผ้า

ปูโต๊ะ แล้วจับผ้าซิ่นสีชมพูอ่อนรอบโต๊ะ กะระยะให้เท่าๆกัน

จากนั้นรวบชายผ้า มือด้านซ้ายให้รวบในลักษณะจีบพับ

นำจีบที่รวบแล้วมารวมกับชายผ้ามือขวา โดยให้เหนือขึ้นมาจากชายผ้า

สัก 5 นิ้ว และให้นำไปเทียบ เพื่อกะระยะให้ย้อยลงมาจาก

ขอบโต๊ะด้านบน ครึ่งหนึ่ง การย้อยแบบนี้ เราเรียกว่า อุบะ

ภาพที่ 3 - 5 นำลวดมามัดให้แน่นทั้งช่อดอกและอุบะรวมกัน

แล้วตัดลวดให้เหลือ

สั๊กนิดหน่อย

ใช้เข็มหมุดปักยึดตรึงกับขอบโต๊ะ

สองภาพด้านบน ( 7 - 8 ) จับชายผ้าคลี่ออก แล้วปักหมุด

ตรึงยึดชายผ้าไว้

จับชายผ้าด้านเดียวดึงให้ตึงกะระยะขอบโต๊ะ 1 ส่วน 4

ใช้ลวดมัดอีกครั้ง ปลายลวดที่มัดต้องให้ปลายยาว

เหลือพอที่จะไว้มัดช่อเพิ่มอีก ทั้งสองด้าน

จับชายผ้ารวบแล้วนำไปทบกับจุดมัดดอก

กะระยะเทียบกับอุบะเดิมให้เท่ากัน

แล้วมัดด้วยลวดที่เหลือปลายไว้ให้แน่น

แล้วจับผ้ามัดดอกอีกข้างเหมือนกัน

มัดด้วยลวดให้แน่น

ภาพที่ 14 - 49 คลี่กลีบดอกออก และทำวิธีเดียวกันกับที่ผ่านมา

รวมเป็นสี่มุม มุมที่สี่ จะบรรจบกับมุมเดิม

ภาพที่ 20 - 21 ชายผ้าทีเหลือทำระย้า และอุบะ

หากชายผ้ายังเหลืออีกก็ให้เก็บเข้าใต้โต๊ะ

( แต่ตอนเริ่มต้นจับผ้าซิ่นสีชมพูต้องเป็น จุดเริ่มต้น

จับดอกสีเขียวด้วย จะได้มีช่องซ่อนผ้าได้แนบเนียน )

เป็นอันเสร็จ วิธีการผูกผ้าค่ะ

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

หนังสือ ศิลปการผูกผ้า

อาจารย์เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล...

 

.. แสกนและตกแต่งภาพ โดย บลอกเกอร์ลำบู

โดย รวงข้าวล้อลม

 

www.kamsai.org เว็บไซต์ศูนย์รวมความรู้คู่คุณธรรม(ไทย-ลาว),ເວັບໄຊຕ໌ສູນລວມຄວາມຮູ້ຄູ່ຄຸນນະທັມ