Get Adobe Flash player

ເມນູພາສາລາວ (Lao Menu )

ໜ້າຫຼັກ( HOME)
ສະບາຍດີເມືອງລາວ/ຂ່າວ/ພາບ
ພຣະພຸທະເຈົ້າ/ພຣະປັຈເຈກฯ
ປະຖົມມະສົມໂພດ ກັນ໑-໓໑
ພຸດທະສາວົກ - ສາວິກາ
ບົດສູດມົນ (Chanting)
ທັມະ/ນິທານ/ບຸນ-ບາບ
ພາສາ/ວັທນະທັມ-ປະເພນີ
ປະຫວັດສາດ / ກົດໝາຍ
ນິທານ/ເລື່ອງເລົ່າ/ບົດຂຽນ
ຄຳຖວາຍ / ຄຳອາຣາທະນາ
ອານິສົງສ໌ / ວັດລາວທົ່ວໂລກ
ຄຳສູດຂວັນ / ຄຳຜູກແຂນ
ຢາພື້ນບ້ານ / ສຸຂະພາບ
ຜະຫຍາ/ກະວີ/ຄະຕິຄຳສອນ
ຮຽນພາສາລາວໄດ້ແລ້ວທີ່ນີ້
ຮຽນພາສາໄທໄດ້ແລ້ວທີ່ນີ້
ຮຽນພາສາຕ່າງປະເທດທີ່ນີ້
ຟັງພາສານານາຊາດທີ່ນີ້
ຟັງທັມະ-ໝໍລຳ-ລູກທຸ່ງທີ່ນີ້

สถิติเข้าชม(เริ่ม 05-04-2014)

Today1071
Yesterday2021
This week1071
This month1071
Total251574

Visitor IP : 23.20.30.43 Visitor Info : Unknown - Unknown วันจันทร์, 01 กันยายน 2557 11:09

Who Is Online

Guests : 229 guests online Members : No members online
Powered by CoalaWeb

Facebook/เฟชบุ๊ค/ເຟຊບູ໊ກ

 
 

อัตราแลกเปลี่ยน & ดอกเบี้ย

ອັດຕາແລກປ່ຽນເງີນກີບ

ສະກຸນເງິນ ໃບເງິນ/ກີບ
ອັດຕາຊື້ ອັດຕາຂາຍ
USD 8,020.00 8,060.00
THB 250.00 251.26
EUR 10,712.00 10,766.00
GBP 13,329.00 13,596.00
AUD 7,345.00 7,492.00
CAD 7,204.00 7,348.00
JPY 76.99 78.51
ວັນທີ: 07/08/2014   ລະອຽດ...

 

พยากรณ์อากาส(เมืองไทย)

ราคาน้ำมัน บางจาก

ราคาทองคำเมืองไทย

รวมลิ้งค์/ລວມລິ້ງຄ໌/Link

รวมลิ้งค์/ລວມລິ້ງຄ໌/Link

 

×

คำเตือน

Error loading component: com_tags, Component not found

ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์

ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์

 

ทวีปยุโรปมีความเจริญเก่าแก่ที่สืบย้อนหลังไปได้กว่า 2000 ปี โดยอาจแบ่งประวัติศาสตร์ของทวีปยุโรปออกเป็นสมัยต่างๆ ดังนี้

1.ยุโรปสมัยโบราณ ความเจริญของยุโรปเริ่มขึ้นเป็นแห่งแรกที่บริเวณตอนใต้ของทวีปแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีกรีกและโรมันเป็นศูนย์กลางความเจริญในสมัยโบราณ ซึ่งเรียกความเจริญสมัยกรีกและโรมันนี้ว่า อารยธรรมสมัยคลาสิก

 

ความเจริญของกรีก ชาวกรีกได้สร้างอาณาจักรของตนขี้น ประกอบด้วย นครรัฐเล็กๆ หลายแห่งในคาบสมุทรบอลข่าน อาณาจักรของชาวกรีกเจริญรุ่งเรืองมาก ระหว่าง 200 ปีก่อนพุทธกาลจนถึงต้นพุทธกาล ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่นักเดินเรือและพ่อค้าชาวกรีกออกไปทำการค้าและสร้าง อาณานิคมขึ้นอย่างกว้างขวางตามบริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของ ทวีปยุโรป เอเซีย และแอฟริกา ความเจริญที่ชาวกรีกโบราณให้เป็นมรดกตกทอดมาถึงคนรุ่นหลังมีที่สำคัญได้แก

 

การปกครองแบบประชาธิปไตย
ชาวกรีกได้พัฒนาการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยราษฏรมีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายกครองหรือสมาชิกสภาบริหาร โดยเฉพาะการปกครองของนครรัฐเอเธนส์ ซึ่งเป็นนครรัฐที่มีชื่อเสียงมากของกรีก ถือกันว่าเป็นแม่แบบของการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ชาวยุโรปได้รับการถ่าย ทอดมาจากชาวกรีก

ศิลปวัฒนธรรม
ชาวกรีกได้สร้างศิลปกรรม และสถาปัตยกรรม ที่มีความงดงาม นอกจากนี้ยังมีวรรณคดีที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ซึ่งเคารพบูชาเทพเจ้าต่างๆ มีพิธีกรรมบูชาเทพเจ้า โดยการแสดงละคร ซึ่งเป็นแบบฉบับการละครของชาวยุโรปในสมัยต่อมา รวมทั้งการแข่งขันกีฬาระหว่างนครรัฐ เพื่อบูชาเทพเจ้าที่ภูเขาโอลิมปัส ก็ได้กลายมาเป็นธรรมเนียมการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศที่เรียกว่า กีฬาโอลิมปิคในปัจจุบัน

ปรัชญาความคิด
ชาวกรีกเป็นนักคิด รักความมีเหตุผล จึงทำให้เกิดแนวความคิดทางปรัชญาแก่ชาวยุโรป นักปรัชญากรีกที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ เพลโต และอริสโตเติล ซึ่งถือเป็นผู้วางรากฐานปรัชยาให้แก่ชาวยุโรป

ความเจริญของโรมัน
ชาวโรมันได้สร้างอาณาจักรของตนขึ้นในคาบสมุทรอิตาลี และมีอำนาจขึ้นแทนที่กรีกในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 4 จนถึงตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 11 จึงเสื่อมอำนาจลง

ในขณะที่โรมันมีอำนาจอย่างเต็มที่ได้แผ่ขยายดินแดนออกไปอย่างกว้างขวางทั้งในยุโรป และตอนเหนือของแอฟริกา ปัจจุบันยังคงมีซากโบราณสถานปรากฏอยู่ในประเทศต่างๆ ที่แสดงถึงการแผ่อำนาจของโรมันโบราณ เช่น กำแพงเมือง ป้อมปราการ ถนน เป็นต้น

 

สิ่งที่ชาวโรมันให้เป็นมรดกตกทอดแก่ชนรุ่นหลัง มีที่สำคัญ คื
กฏหมาย
ชาวโรมันได้สร้างประมวลกฏหมาย เพื่อใช้เป็นหลักในการปกครอง กฏหมายาของชาวโรมันมีอิทธิพลต่อระบบกฏหมายของหลายประเทศในยุโรปในปัจจุบัน

ภาษา
ชาวโรมันใช้ภาษาละตินเป็นภาษาพูดและเขียน แม้ภาษานี้จะเลิกใช้ไปแล้วในปัจจุบัน แต่ยังคงเป็นภาษาที่ใช้อยู่ในวงการนักปราชญ์ นอกจากนี้ยังเป็นพื้นฐานของภาษาต่างๆ ที่ใช้อยู่ในหลายประเทศของยุโรปในปัจจุบันด้วย

 

2. ยุโรปสมัยกลาง
เมื่ออาณาจักรของชาวโรมันเสื่อมอำนาจลงในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 11 อันเนื่องมาจากการแผ่อำนาจของชนกลุ่มต่างๆ ที่เรียกว่า อนารยชนเยอรมัน ก็ถือว่าอารยธรรมสมัยคลาสิกของยุโรปสิ้นสุดลง และเป็นการเริ่มต้นประวัติศาสตร์ของยุโรปสมัยกลาง ซึ่งมีระยะเวลายาวนานประมาณ 1000 ปี ตั้งแต่ต้นพุทธศตวรรษที่ 11 จนถึงตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 21

ในสมัยกลางนี้เป็นช่วงเวลาที่ความเจริญต่างๆ ของยุโรปชลอตัวลง เนื่องจากความวุ่นวายทางการเมืองและการสงคราม มีการแบ่งดินแดนออกเป็นแว่นแคว้นต่างๆ มากมาย และมีการแก่งแย่งชิงอำนาจกัน นอกจากนี้ยังเป็นช่วงระยะเวลาที่คริสต์ศาสนามีอิทธิพลมากต่อการดำเนินชีวิตของผู้คน

3.ยุโรปสมัยใหม่
ประวัติศาสตร์ของยุโรปเปลี่ยนจากสมัยกลางเข้าสู่สมัยใหม่ เมื่อชาวยุโรปเดินเรือออกไปสำรวจดินแดนต่างๆ และได้พบทวีปอเมริกาเหนือใน พ.ศ.2035 นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นสมัยใหม่ของประวัติศาสตร์ยุโรปนั้น มีเหตุการณ์และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญๆ เกิดขึ้นในยุโรปหลายประการ คือ

การสำรวจและการตั้งถิ่นฐานในทวีปต่างๆ
ชาวยุโรปได้เดินทางไปสำรวจดินแดนในทวีปต่าง ๆ คือ แอฟริกา เอเซีย อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้และออสเตรเลีย ผลจากการสำรวจทำให้ความรู้ทางด้านภูมิศาสตร์เกี่ยวกับดินแดนต่างๆ ขยายกว้างขวางขึ้น ในขณะเดียวกันขาวยุโรปก็ได้รับผลประโยชน์ทางการค้า และการสร้างอาณานิคมขึ้นในดินแดนต่างๆ เหล่านั้น เป็นผลให้อิทธิพลของชาวยุโรปทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมแผ่ขยายออกไปกว้างขวางทั่วโลก

 

การปฏิวัติอุตสาหกรรม
การปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิตจากเดิมที่เคยใช้แรงงานคน และสัตว์มาใช้เครื่องจักรแทน เกิดขึ้นในตอนต้นของพุทธศตวรรษที่ 24 โดยเริ่มขึ้นในประเทศอังกฤษก่อนแล้วขยายตัวไปสู่ประเทศอื่นๆ ในเวลาต่อมา การปฏิวัติอุตสาหกรรมมีผลให้ทวีปยุโรปนำหน้าทวีปอื่นๆ ในด้านเศรษฐกิจ และความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นเวลานานติดต่อกันกว่าสองศตวรรษ จนถึงสงครามโลกครั้งที่ 2

ความก้าวหน้าทางด้านวิชาการ
ยุโรปเป็นผู้นำทางด้านวิชาการ โดยได้สร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าของวิทยาการแขนงต่างๆ ซึ่งได้ขยายตัวอย่างมากในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 22 และ 23 โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถือได้ว่ามีรากฐานจากการศึกษาและประดิษฐ์คิดค้นของชาวยุโรปมากว่าชนชาติอื่นๆ


www.kamsai.org เว็บไซต์ศูนย์รวมความรู้คู่คุณธรรม(ไทย-ลาว),ເວັບໄຊຕ໌ສູນລວມຄວາມຮູ້ຄູ່ຄຸນນະທັມ